คำร้อง: สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
       ดาวดึงส์เทวโลกมโหฬาร  เป็นที่อยู่สำราญฤทัยหรรษ์
สารพัดงามจริงทุกสิ่งอัน สารพันอุดมสมใจปอง
เทพบุตรผุดพรรณโฉมยง งามทรงอาภรณ์ไม่มีหมอง
นางอัปสรงอนสงวนนวลละออง งามทรงเครื่องทองและเพชรนิล
       สมเด็จพระอัมรินทร์ปิ่นมงกุฎ ทรงวชิราวุธธนูศิลป์
รักษาเทวสีมาเป็นอาจิณ อสุรินทร์อรีไม่บีฑา
อันอินทรปราสาททั้งสาม ทรงงามสูงเงื้อมกลางเวหา
สี่มุขหุ้มมาศสะอาดตา ใบระกาแกมแก้วประกอบกัน
ช่อฟ้าช้อยเฟื้อยเฉี่อยชด บราลีที่ลดมุขกระสัน
มุขเด็ดทองคาดกนกพัน บุษบกสุวรรณชามพูนุท
ราชยานเวชยันต์รถแก้ว เพริศแพร้วกำกงอลงกต
แอกงอนอ่อนสลวยชวยชด เครือขดช่อตั้งบัลลังก์ลอย
รายรูปสิงห์อัดหยัดยัน สุบรรณจับนาคหิ้วเศียรห้อย
ดุมพราววาววับประดับพลอย แปรกแก้วกาบช้อยสะบัดบัง
เทียมด้วยสินธพเทพบุตร ทั้งสี่บริสุทธิ์ดั่งสีสังข์
มาตลีอาจขี่ขับประดัง ให้รีบรุดสุดกำลังดังลมพา

       เป็นระบำที่ใช้ประกอบการแสดงในละครดึกดำบรรพ์เรื่อง "สังข์ทอง" ตอนตีคลี บทร้องพรรณาถึงความสวยงามของเทพบุตร เทพธิดา ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และทิพยสมบัติอันมโหฬารตระการตาขององค์อมรินทร์ ทรงพระนิพนธ์คำร้อง และทำนองโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ผู้แสดงจะมีจำนวนตั้งแต่ 2 คู่ขึ้นไป ท่ารำในระบำชุดนี้เป็นท่ารำที่ปรับปรุงจากท่ารำของแขกเจ้าเซ็น ซึ่งได้ประดิษฐ์ปรับปรุงขึ้นไว้เมื่อสมัยรัชกาลที่ 2 นาฏศิลป์ชุดนี้เป็นศิลปะที่มีความสวยงามเป็นแบบแผนได้อีกชุดหนึ่ง